Home Uncategorized กำเงินไปซื้ อราค าทองลงอีก ลงต่อเนื่องรีบตัดสินใจ

กำเงินไปซื้ อราค าทองลงอีก ลงต่อเนื่องรีบตัดสินใจ

กำเงินไปซื้ อราค าทองลงอีก ลงต่อเนื่องรีบตัดสินใจ

เริ่มแรก 5 ข้อควรรู้ก่อนซื้ อทอง

1.ร้ านทองต้องแสดงราค าขายทองแท่งและทองรูปพรรณขอ งแต่ละวันชัดเจนมีการแสดงราค ารับซื้อคืน

2.ที่เนื้อทองคำทุกชิ้ น จะต้องมีโลโก้ของโรงงานผู้ผลิต

3.ต้องระบุน้ำหนักของทองแต่ละชิ้ น ให้ชัดเจน

และมีการแสดงค่ ากำเหน็จ ซึ่งค่ ากำเหน็จ อาจจะไม่ได้ติดที่หน้าร้าน แต่ติดอยู่ในถาด

4.มีป้ายบอกประเภทสินค้ าชัดเจนว่าเป็นสร้อย แหวนกำไล

5.มีการระบุชัดเจนว่ามีเปอร์เซ็นต์ทองเท่าไร เช่น 96.5 เปอร์เซ็นต์หรือ 99.99 เปอร์เซ็นต์เป็นต้น

แบบนี้ต้องรีบซื้อเก็บไว้แล้วจ้าทองลงอย่างต่อเนื่องราค าทองวันนี้ (19 มิ.ย.) สมาคมค้าทองคำรายงานราค าทองคำวันนี้

ปรับล ดลง 300 บ าท เมื่อเทียบกับราค าปิดวันที่ 18 มิ.ย. ที่ผ่านมา

โดยทองคำแท่งรับซื้อบ าทละ 26,300 บ าทขายออกบ าทละ 26,400 บ าท

องรูปพรรณ รับซื้อบ าทละ 25,832.64 บ าท ขายออกบ าทละ 26,900 บ าท อ้างอิงข้อมูลล่าสุดจาก สมาคมค้าทองคำ

ที่เผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.goldtraders.or.th/ เมื่อเวลา 09.26 น. ที่ผ่านมา

โอกาสดีของคนอยากซื้อทองมาเก็บไว้ทำกำไร ส่วนคนที่กำลังจะเอาทองไปขายอาจต้องรอดู ราค าทองกันอีกทีนะคะเผื่อราค าทองขึ้น

ขายทอง ต้องรู้ แม้ทองคำราค าพุ่งสูง นิตยสารฉลาดซื้อ แนะ นำทองไปขาย ต้องระวังเรื่องการหักค่าเสื่อม ที่ทำให้กำไรในฝันจากการขายทองล ดลง นิตยสารฉลาดซื้อ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ทองคำราค า ที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคแห่นำทองที่ซื้อเก็บไว้ ออกขาย

เพื่อทำกำไร จากราค าส่วนต่าง โดยเฉพาะคนที่ซื้อเก็บไว้ ในช่วงราค ายังไม่ถึงสองหมื่น หรือสองหมื่นต้น ๆ แต่มีประเด็นสำคัญ ที่หากจะ ขายทอง ต้องรู้ จากการหักค่าเสื่อม

ทั้งนี้ ได้ยกตัวอย่างกรณี “คุณดีพร้อม” นำทองรูปพรรณหนัก 2 บ าท ไปขายที่ร้านทองร้านหนึ่ง ในเมืองภูเก็ต โดยราค าทอง ที่ประกาศรับซื้อ ณ วันนั้น คือ 26,000 บ าท แต่ทางร้านแจ้งว่า จะถูกหักค่ากัดกร่อน จำนวนบ าทละ 1,000 กว่าบ าท

เมื่อคำนวณเป็นราค ารับซื้อ จะได้เงินเป็นจำนวนเพียง 48,800 บ าท ซึ่งผิ ดไปจากที่ คุณดีพร้อมคาดไว้มาก อีกทั้งสงสัยว่า ร้านค้าเอาเปรียบผู้บริโภคหรือไม่ เพราะตนเอง เคยโทรไปถามจากร้านเดิม ที่ตนเองเคยซื้อ (แต่ไกลบ้าน) ทางร้านเดิมบอกว่า ขายที่ร้านนี้ก็ได้ราค า 26,000 บ าท

ประกอบกับเพื่อนของตนเอง นำทองรูปพรรณไปขายร้านอื่น ก็ได้ราค าสูงกว่าผู้ร้องถึง 700 บ าทในน้ำหนักสองบ าทเท่ากัน (49,500 บ าท)

ก่อนอื่นควรทราบข้อมูลการรับซื้อทองรูปพรรณก่อน

โดยประกาศ สำนักงานคณะกรรมการกลาง ว่าด้วยราค าสินค้าและบริการ เรื่อง แนวทางปฏิบัติทางการค้า ของผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าทอง ที่เป็นธรรม ข้อ 3 (1) (ค) 2) ทองรูปพรรณหนัก 1 บ าท ราค ารับซื้อคืน คือ ราค ารับซื้อคืน ทองคำแท่งหนัก 1 บ าท หักด้วยค่าเสียหาย จากการหลอมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่เกิน 5% ของมูลค่าซื้อคืนทองคำแท่งหนัก 1 บ าท ณ วันที่ทำการซื้อขาย ตามราค าที่ สมาคมค้าทองคำ

ประกาศ ทั้งนี้ เฉพาะทองรูปพรรณที่ได้ซื้อไปจากร้านค้าทองที่รับซื้อคืน กรณีของคุณดีพร้อม เมื่อสอบถามข้อเท็จจริง จากทางร้านค้าที่คุณดีพร้อม มีข้อสงสัยเรื่องการเอาเปรียบ ทราบว่า ราค าทอง ที่ประกาศรับซื้อคืนวันนั้นคือ บ าทละ 26,550 บ าท น้ำหนักทองสองบ าท

ทางร้านจะให้ราค า 53,100 หากเป็นราค าน้ำหนักเต็มจำนวน เมื่อหัก 5% คือ 2,655 บ าท จะเหลือ 50,445 บ าท แต่ที่แจ้งผู้ร้องว่า จะได้เงินเพียง 48,800 บ าทนั้น เนื่องจากทางร้านได้กำไร 1,645 แต่ทางร้านต้องนำไปขายคืนโรงงาน เพราะไม่สามารถหลอมเองได้ และทางโรงงา

จะหักค่ากัดกร่อนของ ทองคำเก่า ในอัตรา 3.5-4.5 % บวกกับค่าใช้จ่าย ที่ทางร้านทอง ต้องจ่ายเป็นค่าขนส่ง ค่าประกัน ค่าน้ำหนักทอง ที่หายไป (ปกติทองคำรูปพรรณหนัก 2 บ าท 30.4 กรัม แต่ทองของผู้ร้อง มีน้ำหนักเหลือเพียง 30.31 กรัม)

รายละเอียดดังกล่าว คุณดีพร้อม ยอมรับว่า ตนเองไม่ทราบข้อมูลนี้มาก่อน จึงยุติการร้องเรียน แม้ว่ามีประกาศ เรื่องการหักค่ากัดกร่อน ตามประกาศได้ไม่เกิน 5% แต่ตามประกาศ ไม่ได้กำหนดบทลงโทษไว้ เป็นเพียงแนวทางการปฏิบัติ ของร้านค้าทองคำ ทำให้ร้านทองบางร้าน อาจเพิ่มเติมค่าใช้จ่ายมากกว่า 5 %

อย่างไรก็ ตามทางร้านควรชี้แจงรายละเอียด เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคตัดสินใจ ว่าจะขายหรือไม่ขายในราค าที่ร้านเสนอ

Facebook Comments