Home โพสต์สาระความรู้ เกษตรและคนในประกันตน 33 ทำไมลงทะเบียน เราไม่ทิ้งกันไม่ได้

เกษตรและคนในประกันตน 33 ทำไมลงทะเบียน เราไม่ทิ้งกันไม่ได้

แล้วจะทำอย่างไรเมื่อ “เกษตรกร” และ คนในระบบ “ประกันสังคมมาตรา 33” ที่เข้าถึงช่องทางการช่วยเหลือจากภาครัฐ เหมือนผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือนจากสถานการณ์โควิด-19

และหลังจากเปิดลงทะเบียน www.เราไม่ทิ้งกัน.com มาตรการสนับสนุนเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือนให้กับแรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว ตลอดจนแรงงานนอกระบบที่ได้รับผลกระทบเป็นมาตรการเร่งด่วนเมื่อ 18.00 น.ของวันที่ 28 มีนาคม นั้น เกษตรกร รวมทั้ง คนที่มีรายชื่อในระบบ ประกันสังคมมาตรา 33 กลายเป็นคำถามที่ถูกถามกันมากที่สุดอีกคำถามหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องสิทธิในการลงทะเบียน หรือการรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล รวมทั้งยังมีข้อสงสัยถึงสถานะอื่นๆ ว่าตนเองนั้นเข้าเกณฑ์ที่จะได้รับเงินเยียวยาดังกล่าวหรือไม่

ที่กระทรวงการคลัง ได้มีการเผยแพร่เอกสารเผยแพร่มาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ 2 ซึ่งในรายละเอียดของเอกสารดังกล่าวก็ระบุชัดเจนถึงเกณฑ์ผู้ที่จะได้รับเงินเยียวยา ได้แก่ กลุ่มเป้าหมายที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดประกอบกิจการของสถานประกอบการ ที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบา ดซึ่งเป็นสถานที่ที่มีคนแออัด เบียดเสียด ง่ายต่อการแพร่เชื้อ เช่น สนามมวย สนามกีฬา ผับ สถานบันเทิง โรงมหรสพ นวดแผนโบราณ สปา ฟิตเนส สถานบริการอื่นๆ เป็นต้น หรือผู้ที่ได้รับผลกระทบอื่นๆ

โดยไม่รวม ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่มีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไขการได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสำนักงานประกันสังคมคุ้มครองอยู่แล้ว รวมถึง ข้าราชการ และข้าราชการบำนาญ อีกทั้งยังไม่รวม เกษตรกร ด้วย เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรนั้นจะมีมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ จากรัฐบาลอยู่แล้ว

คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับ เกษตรกร ก็คือ อันที่จริง เกษตรกรก็จัดอยู่ในกลุ่มที่สามารถลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 ได้ แต่เมื่อเกษตรกรลงทะเบียนรับสิทธิในส่วนนี้แล้ว เกษตรกรรายนั้นจะไม่ได้รับสิทธิสำหรับมาตรการอื่นๆ ที่ภาครัฐจะออกมาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรต่อไปในอนาคต นั่นเอง

ในกรณีของผู้ประกันตนของประกันสังคม มาตรา 33 ที่จะเข้าข่าย

สามารถสามารถลงทะเบียนรับเงินเยียวยา เราไม่ทิ้งกัน ได้นั้น จะต้องอยู่ในข่ายที่ส่งเงินเข้าประกันสังคมไม่ครบ 6 เดือน และได้รับผลกระทบจากโควิด-19 หรือ ผู้ประกันตนของประกันสังคมในมาตรา 38 ที่ตกงาน หรือออกจากงานมามากกว่า 6 เดือนที่ได้รับผลกระทบโควิด-19

นิยามของ ผู้ประกันตน มาตรา 33 คือ

ลูกจ้างผู้ทำงานให้กับนายจ้างที่อยู่ในสถานประกอบการ หรือพนักงานเอกชน สำหรับ ผู้ประกันตน มาตรา 38 คือ พนักงาน หรือลูกจ้างที่ออกจากงานแล้ว และประกันสังคมยังคุ้มครอง อีก 6 เดือน

สำหรับ ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 และ 40

สามารถลงทะเบียนผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือของรัฐบาลได้ ซึ่ง ผู้ประกันตน มาตรา 39 คือ ผู้ประกันตนแบบสมัครใจที่ยังอยากส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมหลังผันตัวออกมาประกอบธุรกิจส่วนตัว หรือมีเหตุให้ต้องหลุดออกจากงานเดิม ส่วน ผู้ประกันตน มาตรา 40 คือ เป็นผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ หรือแรงงานนอกระบบ เป็นบุคคลที่ไม่ได้เป็นลูกจ้างในบริษัทเอกชนตามประกันสังคมมาตรา 33 และไม่เคยสมัครเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 39

ถ้าเป็นอย่างนั้นผู้ประกันตน ในประกันสังคมมาตรา 33 สามารถรับสิทธิประโยชน์อะไรได้บ้าง

สำนักงานประกันสังคมได้ออก มาตรการเพื่อเยียวยาแรงงานในระบบโดยมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มีนาคม – 31 สิงหาคม 2563 ดังนี้

กรณีผู้ประกันตนมีอาการป่วย มีไข้ ไอ เจ็บคอ

เข้าไปตรวจรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิ หากแพทย์ประเมินอาการแล้วสงสัยว่าเข้าข่ายป่วยโรคโควิด-19 แพทย์จะส่งตรวจเพาะเชื้อทางห้องแล็บ โดยผู้ประกันตนไม่ต้องจ่ายค่าตรวจหรือค่ายาใดๆ หากผู้ประกันตนรายนั้นป่วยเป็นโรคโควิด-19 จะได้รับการรักษาฟรี หากไม่สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลตามสิทธิได้ สามารถเข้ารักษาโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้หรือของรัฐตามระบบประกันสังคม และเบิกจ่ายกรณีฉุกเฉิน ภายใน 72 ชั่วโมง

ผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงาน

เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัยที่มีความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 ซึ่งต้องกักตัวเป็นเวลา 14 วัน ที่มีนายจ้างรับรอง หรือนายจ้างไม่ให้ทำงาน ให้ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ตลอดระยะเวลาที่ผู้ประกันตนไม่ได้ทำงาน แต่ไม่เกิน 180 วัน

กรณีหน่วยงานภาครัฐมีคำสั่งให้นายจ้างหยุดประกอบกิจการชั่วคราว
ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนไม่ได้รับค่าจ้าง ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 50 ของค่าจ้าง แต่ไม่เกิน 60 วัน

กรณีลาออก

ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ร้อยละ 45 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน จากเดิมร้อยละ 30

กรณีเลิกจ้าง

ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 70 ของค่าจ้างระยะเวลาไม่เกิน 200 วันเดิมร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน ทั้งนี้มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 2 ปี หลังจากนั้น คณะกรรมการประกันสังคมจะพิจารณาอีกครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *