Home โพสต์สาระความรู้ บ ท ความนี้ดีมากใครได้อ่ า น จะให้จิตเป็นสุขสงบทันที ทันใด

บ ท ความนี้ดีมากใครได้อ่ า น จะให้จิตเป็นสุขสงบทันที ทันใด

สวัสดีแฟนเพจทุกท่าน วันนี้เรามีเรื่องราวดีๆ มาให้คุณผู้ อ่ า น ได้ติ ดตามกัน ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ให้แง่คิดแก่ชีวิตอย่างยิ่ง จะเป็นอย่างไรนั้นไปติ ดตามกันเลยครับผม

ณ ครั้งพุทธกาล พ ระพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่กลางป่า ช่วงปลายฝน ต้นหนาว มีชายคนหนึ่ง ซึ่งมีอาชีพ เป็นคนเลี้ยงโค (นายโคบาล) ได้มาพบเข้ากับพระพุทธเจ้า ซึ่งไม่ทราบว่าเป็น

พ ระพุทธองค์ จึงเข้าไปถามว่า

นายโคบาล : ขอ โ ท ษ ขอรับ ท่านเป็นใคร

พ ระพุทธเจ้า ทรงตรัสตอบว่า : เรา ตถาคต

นายโคบาล ตกใจ บอกว่า : พ ระองค์มานั่งอยู่กลางป่า ได้อย่างไร พระองค์มีความสุขไหม

พ ระพุทธองค์ จึงทรงตรัสตอบว่า : เธอรู้ไหม ในบรรดาคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ฉันเป็นหนึ่งในนั้น

นายโคบาลได้ยิน พระดำรัสเช่นนั้น ถึงกับตัวชาและมีความปิติ ด้วยอำนาจของพระพุทธองค์

พ ระพุทธองค์ ตรัสถามต่อว่า : “เธอกำลัง ทำอะไร”

นายโคบาล ตอบกลับไปว่า : กระหม่อมฉัน ตามหาวัว 1 ตัว ขอรับ

พ ระพุทธองค์ ตรัสถามว่า : แล้วตอนนี้ วัว อยู่ไหน

นายโคบาล ตอบกลับไปว่า : วัวหาย ทั้งหมดเลยขอรับ

พ ระพุทธองค์ ตรัสถามว่า : เธอ คิดว่าฉันมีวัวไหม

นายโคบาล ตอบกลับไปว่า : “ไม่มี ขอรับ”

พ ระพุทธองค์ ตรัสถามต่อว่า : คน ไม่มีวัวอย่างฉัน มีโอกาสทุ กข์ เพราะไม่มีวัวไหม

นายโคบาล ตอบว่า : “ไม่มี ขอรับ”

พ ระพุทธองค์ ตรัสว่า : เห็นไหมว่า คนมีวัว ทุ กข์เพราะวัว คนไม่มีวัว ก็ไม่ทุ กข์

พ ระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อ : ในเมืองนี้ ใครมีอำนาจ มีเงินทองมากที่สุด

นายโคบาล ตอบว่า : พ ระเจ้าพิมพิสาร ขอรับ

พ ระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อ : พ ระเจ้าพิมพิสาร มีอำนาจเงินทองที่สุดในเมือง มานั่งเล่นกลางป่า อย่างฉันได้ไหม

นายโคบาล ตอบว่า : ไม่ได้ ขอรับ

พ ระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อ : ก็มีอำนาจ เงินทองขนาดนั้น ทำไมมานั่งเล่นอย่างฉันไม่ได้

นายโคบาล ตอบว่า : ถ้าพระเจ้าพิมพิสาร ออกมานั่งเล่นชายป่า อย่างพระองค์ ก็จะถูกปฏิวัติได้ขอรับ

พ ระพุทธเจ้า ตรัสส่งท้ายว่า : เห็นไหม ระหว่างฉันกับพระเจ้าพิมพิสาร ใครมีความสุขกว่ากัน

นายโคบาล ตอบกลับอย่างแจ้งในปัญญา : “พระพุทธองค์ ขอรับ”

พ ระพุทธศาสนาสอนว่า

วิถีแห่งความสุขไม่ได้อยู่ที่ความมี หรือความ จ นอยู่ที่เรา ยินดีในสิ่งที่มี รู้จักพอดีในสิ่งที่ได้ เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว โค 16 ตัว ที่ทุกคนเลี้ยงไว้ มีตั้งแต่ พระราชา เศรษฐี ประชาราษฎร์ทั่วไป พ่อค้า ฯลฯ พระพุทธเจ้าไม่มี พระปัจเจกพุทธเจ้าไม่มี พระอรหันต์ไม่มี พระอนาคา พระสกิทาคา พระโสดาบัน มีน้อย ปุถุชนทั่วไปมีมากหนาแน่น

เรียกว่า อุปกิเลส 16

อุปกิเลส (อ่านว่า อุปะกิเหลด) แปลว่า ธรรมชาติที่ทำให้ใจเศร้าหมอง, เครื่องทำให้ใจเศร้าหมอง หมายถึง ‎สิ่งที่ทำให้ใจเศร้าหมองขุ่นมัวไม่แจ่มใส ทำให้ใจหม่นไ ห ม้ ทำให้ใจเ สื่ อ มทราม กล่าวโดยรวมก็คือสิ่งที่ทำให้ใจ ส ก ป ร ก ไม่สะอาดบริสุทธิ์นั่นเอง

อุปกิเลส แสดงไว้ 16ประการคือ

1 ความตีเสมอ

2 ความ ริ ษ ย า

3 ความตระหนี่

4 ความเจ้าเล่ห์

5 ความโอ้ อ ว ด

6 ความหัวดื้อถือรั้น

7 ความแข่งดี

8 ความถือตัว

9 ความดู ห มิ่ น

10 ความ มั ว เ ม า

11 ความประมาทเลินเล่อ

12 ความเพ่งเล็ง อยากได้ไม่เลือกที่

13 ความพยาบ า ท

14 ความ โ ก ร ธ

15 ความผูก เ จ็ บใจ

16 ความลบหลู่ บุญคุณ

ขอขอบคุณบทความดีๆ dhammasb

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In โพสต์สาระความรู้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *